พุยพุย

วันเสาร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 11

28/04/60

3. ทักษะการช่วยเหลือตนเอง
คือเรียนรู้การดำรงชีวิตโดยอิสระให้มากที่สุด การกินอยู่ การเข้าห้องน้ำ การแต่งตัว กิจวัตรต่างๆในชีวิตประจำวัน 
การสร้างความอิสระ
    - เด็กอยากช่วยเหลืิอตนเอง
    - อยากทำงานตามความสามารถ
    - เด็กเลียนแบบการช่วยเหลือตนเองจากเพื่อนหรือเด็กที่โตกว่า และผู้ใหญ่
ความสำเร็จเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่
    - การทำด้วยตนเอง
    - เชื่อมั่นในตนเอง
    - เรียนรู้ความรู้สึกที่ดี
หัดให้เด็กทำเอง
    - ไม่ช่วยเหลือเกินความจำเป็น
    - คำต้องห้าม หนูทำช้า หนูยังทำไม่ได้ 
จะช่วยเมื่อไหร่
    - ช่วงที่เด็กอารมณ์ดี
ทักษะการช่วยเหลือตนเอง (อายุ 2-3 ปี)


ทักษะการช่วยเหลือตนเอง (อายุ 3- 4 ปี)

ทักษะการช่วยเหลือตนเอง (อายุ 4 - 5 ปี)
ทักษะการช่วยเหลือตนเอง (อายุ 5- 6 ปี)
ลำดับขั้นในการช่วยเหลือตนเอง
    - แบ่งทักษะการช่วยเหลือตนเองออกเป็นขั้นย่อยๆ
    - เรียงลำดับตามขั้น
ตัวอย่าง
การเข้าส้วม 
    - เข้าไปในห้องส้วม
    - ดึงกางเกงลงมา
    - ก้าวขึ้นไปนั่งบนส้วม
    - ปัสสาวะหรืออุจจาระ
    - ใช้กระดาษชำระเช็ดก้น
    - ทิ้งกระดาษชำระในถังขยะ
    - กดชักโครกหรือตักน้ำราด
    - ดึงกางเกงขึ้น
    - ล้างมือ 
   - เช็ดมือ
   - เดินออกจากห้อง 

สรุป
    - ครูต้องพยายามให้เด็กทำด้วยตนเอง
    - ย่อยงานแต่ละอย่างเป็นชิ้น
    - ความสำเร็จขั้นเล็กๆนำไปสู่ความสำเร็จทั้งมวล
4. ทักษะพื้นฐานทางการเรียน 
เป้าหมาย
    - การช่วยให้เด็กแต่ละคนเรียนรู้ได้
    - มีความรู้สึกดีต่อตนเอง
    - พัฒนาความกระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็น
ช่วงความสนใจ
    - จดจ่อต่อกิจกรรมในช่วงเวลาหนึ่งได้นานพอสมควร
การทำตามคำสั่ง
    - เด็กได้ยินสิ่งที่ครูพูดชัดหรือไม่
    - เด็กเข้าใจคำศัพท์
การรับรู้ การเคลื่อนไหว 
     - ได้ยิน เห็นสัมผัส ลิ้มรส กลิ่น
                           ↓
    -  มีการตอบสนองอย่างเหมาะสม
ความจำ
    - จำตัวละคนในนิทานได้
    - จำชื่อครู เพื่อน
    - เล่นเกมทายของที่หายไป
การวางแผนการเตรียมพื้นฐานทางวิชาการ
     - จัดกลุ่มเด็ก
     - เริ่มต้นเรียนรู้โดยใช้ช่วงเวลาสั้นๆ
     - ให้งานเด็กแต่ละคนอย่างชัดเจนว่าต้องทำที่ไหน
     - ติดชื่อเด็กตามที่นั่ง 
     - ใช้อุปกรณ์ที่เด็กคุ้นเคย
     - ใช้อุปกรณ์ที่เด็กคุ้นเคย
     - บันทึกว่าเด็กชอบอะไรที่สุด
     - รู้ว่าเมื่อไหร่จะเปลี่ยนงาน
     - มีอุปกรณ์ไว้สับเปลี่ยนใกล้มือ
     - เตรียมทุกอย่างให้พร้อมก่อนเด็กมาถึง
     - พูดในทางที่ดี
     - จัดกิจกรรมให้เด็กได้เคลื่อนไหว
     - ทำบทเรียนให้สนุก


วันศุกร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2560

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 10

21/04/60

การส่งเสริมพัฒนาการและการปรับพฤติกรรม
    เด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ
เพื่อให้เด็กสามารถช่วยเหลือตนเองได้ในชีวิตประจำวัน ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ใกล้เคียงกับคนปกติมากที่สุด เน้นการดูแลแบบองค์รวม Holistic Approach
1. การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการศึกษา
    - เพิ่มทักษะพื้นฐานทางสังคม การสื่อสาร และทักษะทางความคิด 
    - เน้นการเตรียมความพร้อมเพื่อให้เด็กสามารถใช้ชีวิตประจำวันจริงๆแทนการฝึกทักษะทางวิชาการ
    - แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล Individualized Education Program ; IEP
    - โรงเรียนการศึกษาพืเศษเฉพาะทางโรงเรียนเรียนร่วมห้องเรียนคู่ขนาน
2. การฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคม
    - การฝึกฝนทักษะในการใช้ชีวิตประจำวัน Activity of Daily Living Training 
    - การฝึกทักษะทางสังคม Social skill training
    - การสอนเรื่องราวทางสังคม social story
3. การบำบัดทางเลือก
    - การสื่อความหมายทดแทน AAC
    - ศิลปกรรมบำบัด Art Therapy
    - ดนตรีบำบัด Music Therapy
    - การฝังเข็ม Acupuncture
    - กาบบำบัดด้วนสัตว์ Animal Therapy
การสื่อความหมายแทน 
Augmentative and Alternative Communication ; AAC
    - การรับรู้ผ่านการมอง (Visual Strategies)
    - โปรแกรมแลกเปลี่ยนภาพเพื่อการสื่อสาร (Picture Exchange Communication System; PECS)
    - เครื่องโอภา (Communication Devices)

    - โปรแกรมปราศรัย
        บทบาทของครู
             - ตำแหน่งการนั่งของเด็กไม่ควรให้นั่งติดหน้าต่างหรือประตู
             - ให้เด็กนั่งแถวหน้าสุดใกล้โต๊ะครู
             - จัดให้เด็กนั่งติดกับนักเรียนที่ไม่ค่อยเล่น ไม่ค่อยคุยในระหว่างเรียน
             - ให้เด็กมีกิจกรรม เปลี่ยนอิริยาบถบ้าง 
                  การส่งเสริมทักษะต่างๆของเด็กพิเศษ
      1. ทักษะทางสังคม
            - เด็กพิเศษที่ขาดทักษะทางสังคม ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการพ่อแม่
           - การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันว่าเด็กจะมีพัฒนาการต่างๆอย่างมีความสุข
       กิจกรรมการเล่น
           - การเล่นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ทักษะทางสังคม
           - เด็กจะสนใจกันเองโดยอาศัยการเล่นเป็นสื่อ
           - ในช่วงแรกๆ เด็กจะไม่มองเด็กคนอื่นเป็นเพื่อน  แต่เป็นอะไรบางอย่างที่น่าสำรวจ สัมผัส ผลัก ดึง
       ยุทธศาสตร์การสอน
          เด็กพิเศษหลายๆคนไม่รู้วิธีเล่น  ไม่รู้ว่าจะเล่นอย่างไร
          - ครูเริ่มต้นจากการสังเกตเด็กแต่ละคนอย่างเป็นระบบ
          - จะบอกได้ว่าเด็กมีทักษะการเล่นแบบใดบ้าง
          - ครูจดบันทึก
          - ทำแผน IEP
      การกระตุ้นการเลียนแบบและการเอาอย่าง
         วางแผนกิจกรรมการเล่นไว้หลายๆอย่าง
         - คำนึงถึงเด็กทุกๆคน
         - ให้เด็กเล่นเป็นกลุ่มเล็กๆ 2-4 คน
         - เด็กปกติทำหน้าที่เหมือน “ครู” ให้เด็กพิเศษ
      ครูปฏิบัติอย่างไรขณะเด็กเล่น
         อยู่ใกล้ๆ และเฝ้ามองอย่างสนใจ
         - ยิ้มและพยักหน้าให้ ถ้าเด็กหันมาหาครู
         - ไม่ชมเชยหรือสนใจเด็กมากเกินไป
         - เอาวัสดุอุปกรณ์มาเพิ่ม เพื่อยืดเวลาการเล่น
         - ให้ความคิดเห็นที่เป็นแรงเสริม
      การให้แรงเสริมทางสังคมในบริบทที่เด็กเล่น
         - ครูพูดชักชวนให้เด็กร่วมเล่นกับเพื่อน
         - ทำโดย “การพูดนำของครู”
     ช่วยเด็กทุกคนให้รู้กฎเกณฑ์
         ไม่ง่ายสำหรับเด็กพิเศษ
         - การให้โอกาสเด็ก
         - เด็กพิเศษต้องเรียนรู้สิทธิต่างๆเหมือนเพื่อนในห้อง
         - ครูต้องไม่ใช้ความบกพร่องของเด็กพิเศษเป็นเครื่องต่อรอง
    2. ทักษะภาษา
     การปฏิบัติของครูและผู้ใหญ่
         ไม่สนใจการพูดซ้ำหรือการออกเสียงไม่ชัด
          - ห้ามบอกเด็กว่า  “พูดช้าๆ”   “ตามสบาย”   “คิดก่อนพูด”
          - อย่าขัดจังหวะขณะเด็กพูด
ิ          - อย่าเปลี่ยนการใช้มือข้างที่ถนัดของเด็ก
          - ไม่เปรียบเทียบการพูดของเด็กกับเด็กคนอื่น
          - เด็กที่พูดไม่ชัดอาจเกี่ยวข้องกับการได้ยิน
     ทักษะพื้นฐานทางภาษา
         ทักษะการรับรู้ภาษา
          - การแสดงออกทางภาษา
          - การสื่อความหมายโดยไม่ใช้คำพูด
     พฤติกรรมตอบสนองการแสดงออกทางภาษา

พฤติกรรมเริ่มการแสดงออกของเด็ก










ความรับผิดชอบของครูปฐมวัย
  - การรับรู้ภาษามาก่อนการแสดงออกทางภาษา
ภาษาที่ไม่ใช่คำพูดมาก่อนภาษาพูด
ให้เวลาเด็กได้พูด
- คอยให้เด็กตอบ (ชี้แนะหากจำเป็น)
เป็นผู้ฟังที่ดีและโตต้อบอย่างฉับไว (ครูไม่พูดมากเกินไป)
- เด็กไม่ได้เรียนรู้ภาษาจากการฟังเพียงอย่างเดียว
- ให้เด็กทำกิจกรรมกลุ่ม เด็กพิเศษได้มีแบบอย่างจากเพื่อน
- กระตุ้นให้เด็กบอกความต้องการของตนเอง (ครูไม่คาดการณ์ล่วงหน้า)
- เน้นวิธีการสื่อความหมายมากกว่าการพูด
ใช้คำถามปลายเปิด
- เด็กพิเศษรับรู้มากเท่าไหร่ ยิ่งพูดได้มากเท่านั้น
-  ร่วมกิจกรรมกับเด็ก